ฝันร้ายในเด็กเล็กทำให้เด็กกลัว

ฝันร้ายเป็นฝันที่น่ากลัว อาจทำให้เด็กตื่นขึ้นมา ทำให้เขาร้องไห้ หรือตัวสั่นด้วยความตกใจกลัวและวิ่งไปที่เตียงของคุณ ฝันร้ายของเด็กต้องการการปลอบขวัญจากพ่อแม่ เด็กทุกคน (รวมทั้งผู้ใหญ่) ล้วนต้องเคยฝันร้ายทั้งสิ้น แต่สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 5 หรือ 6 ปีฝันร้ายกำลังทำให้ไม่สบายใจมากที่สุด เพราะอะไรหรือครับ?

ในวัย 2 และ 3 ขวบเด็กไม่สามารถเข้าใจได้ว่าฝันคืออะไร หรือนั่นไม่ใช่เรื่องจริง แล้วเขาจะแน่ใจได้อย่างไรว่าฝันร้ายจะไม่เกิดขึ้นกับเขาจริงๆ ? พอถึงอายุ 4 และ 5 ขวบเด็กเริ่มจะเข้าใจว่าฝันไม่ใช่เรื่องจริง แต่ความเข้าใจของเขานั้นยังคงไม่มั่นคง นอกจากนั้นเด็กในวัยนี้ยังต้องการที่จะเชื่อหรือคิดถึงฝันที่ “ดี” ของเขาในด้านบวก ในแง่ที่ดี แต่เขาก็ยังไม่สามารถเลิกเชื่อในฝันที่ “ไม่ดี” ได้ แม้ว่าเด็กจะเข้าใจว่าฝันร้ายไม่ใช่เรื่องจริงแล้วก็ตาม แต่เขายังคงถูกทิ้งให้เผชิญกับความรู้สึกน่าตกใจ กลัวที่ทำให้เขาอกสั่นขวัญแขวนไม่หาย

ฝันร้ายทำให้เด็กกลัวที่จะกลับไปนอนต่อ บางครั้งเด็กอาจจะจำความฝันนั้นไม่ได้ แต่เขาจำความรู้สึกในตอนนั้นได้อย่างแน่นอน ความกลัวการเข้านอนอาจก่อตัวขึ้น ถ้าเด็กคนนั้นฝันร้ายบ่อยๆ ซึ่งสมควรที่เขาจะได้รับการปลอบประโลมและความเข้าใจจากคุณ บางครั้งฝันร้ายเกิดขึ้นเมื่อเด็กที่กำลังนอนหลับอยู่นั้นไม่สบายตัว เช่น แขนชากระเพาะปัสสาวะเต็มปรี่หรือเย็นเท้าเมื่อผ้าห่มเลื่อนหลุดจากเตียง ความรู้สึกทางกายภาพที่สร้างความรำคาญดูเหมือนว่าจะแสดงออกในฝันร้ายคล้ายๆ กับเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องน่ากลัวที่ “ผลักดัน” หรือกระตุ้นให้เด็ก (หรือผู้ใหญ่) ตื่นขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานั้น

ฝันร้ายจะเกิดขึ้นมากที่สุดในเวลาที่เด็กกำลังผ่านพ้นช่วงเวลาที่ตึงเครียด เช่น คุณแม่มีน้องใหม่ ความเจ็บปวดชอกช้ำใจ คุณพ่อคุณแม่เดินทางไปที่อื่นฯลฯ ทั้งหมดนี้เป็นสาเหตุของฝันร้ายหากความเครียดนั้นเห็นได้ชัดเจน ก็จะเข้าใจฝันร้ายได้ง่ายขึ้น และควรพูดให้ลูกคลายกังวลในเรื่องฝันร้ายนี้อีกครั้งว่า “แน่นอนว่าหนูกังวลตอนกลางคืน เพราะหนูเคยกังวลในตอนกลางวันมาแล้ว ตั้งแต่หมาตัวนั้นวิ่งไล่หนู แม่กำลังจะร้องเพลงแถมให้อีกเพลง อุ้มโยกแถมให้อีกครั้ง และเราจะคุยเรื่องนี้ให้จบในคืนนี้เลยก็ได้ ถ้าลูกจะหาแม่ คุณแม่จะรีบเข้ามาหา เมื่อหนูเรียกดังๆ นะ” เป้าหมายคือช่วยลูกของคุณให้เรียนรู้ที่จะเอาชนะความกลัวในฝันร้ายด้วยตัวเขาเอง และเขาจะทำได้สำเร็จ ถึงแม้ว่าอาจไม่ใช่ในช่วงปีที่เขากำลังอ่อนไหวต่อสิ่งเหล่านี้มากที่สุดอย่างช่วงนี้ก็ตาม