ข้อผิดพลาด 10 เรื่องการดื่มน้ำผลไม้ ที่คนรักสุขภาพเผลอทำโดยไม่รู้ตัว!

น้ำผักผลไม้

เป็นเรื่องจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าน้ำผักผลไม้เพื่อสุขภาพต่าง ๆ หรือแม้แต่สมูทตี้ที่เราดื่มกันอยู่เป็นประจำเพื่อสุขภาพนั้นเป็นของดีมีประโยชน์ แต่เชื่อไหมล่ะว่าเรื่องบางเรื่องที่คุณทำเกี่ยวกับการดื่มเจ้าน้ำผักผลไม้นี้อาจจะทำให้คุณได้ประโยชน์จากเครื่องดื่มเหล่านี้ลดลงเยอะเลยเชียวล่ะ เริ่มสงสัยแล้วใช่ไหมว่าการดื่มของคุณผิดพลาดตรงไหน แล้วเรื่องเล็ก ๆ เหล่านั้นลดคุณประโยชน์ของน้ำผักผลไม้ที่ดื่มได้เลยเชียวเหรอ ตามมาดูกันเลยว่ามีอะไรบ้างที่ไม่ควรทำ…

น้ำผลไม้1

1. ใช้ผักหรือผลไม้ที่มีรสชาติหวานเกินไป
แม้ว่ารสชาติหวาน ๆ ของผักผลไม้บางชนิดอาจจะช่วยกลบรสชาติขม ๆ หรือกลิ่นเหม็นเขียวได้ แต่ก็อย่าลืมว่ารสชาติหวานส่วนใหญ่ก็คือน้ำตาลแทบทั้งนั้น แม้จะมาจากผลไม้หรือผัก ก็ถือเป็นน้ำตาลทีรับประทานมากไปแล้วไม่ดีต่อร่างกายเช่นเดียวกัน เพราะน้ำตาลฟรุกโตส คือศัตรูตัวฉกาจที่ทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย ฉะนั้นถ้าหากคุณไม่ชอบรสชาติขม ๆ ฝาด ๆ ของน้ำผักผลไม้ละก็ เปลี่ยนจากการเติมผลไม้หวาน ๆ เป็นผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวแทนจะดีไหม นอกจากจะได้รสชาติที่จี๊ดจ๊าดขึ้นแล้ว ก็ยังไม่ต้องกังวลกับน้ำตาลอีกด้วย

น้ำผลไม้2

2. ดื่มน้ำผักผลไม้ชนิดเดิมซ้ำ ๆ ทุกวัน
ผักผลไม้เกือบทุกชนิดมีประโยชน์ที่ดี แต่ว่าการที่คุณเลือกนำผักผลไม้แค่มาทำเป็นเครื่องดื่มซ้ำ ๆ บอกได้เลยว่าแทนที่คุณจะได้ประโยชน์ก็อาจจะได้โทษแทนเลยล่ะ เพราะในผักผลไม้ทุกชนิดจะมีสารเคมีบางอย่างที่หากเรารับประทานเพียงเล็กน้อยก็จะไม่ส่งผลเสียอะไร แต่ถ้าหากไปสะสมในร่างกายมาก ๆ อาจจะทำให้เกิดอันตรายอย่างเช่นนิ่วในไต หรืออาการวิงเวียนศีรษะได้ ซึ่งสารออกซาเลท ที่มีอยู่ในกล้วย เชอร์รี องุ่น มะม่วง เมลอน หรือผักบางชนิดอย่างกะหล่ำปลี ผักปวยเล้ง หัวแรดิช หรือสารอะโทรปีน ที่มีในมะเขือเทศที่อาจทำให้เกิดอาการปวดหัวและหน้ามืดได้ นอกจากนี้ยังมีสารไซยาไนด์ และกอยโตรเจนที่มีอันตรายหากรับประทานเข้าไปมากเกินไปอีกด้วย รู้แบบนี้แล้วก็ลองควรจะดื่มน้ำผลไม้ให้หลากหลายขึ้นดีกว่าเนอะ

น้ำผลไม้3

3. ดื่มหมดภายในรวดเดียว
น้ำผักผลไม้ที่มีสีเขียว ว่ากันว่าเต็มไปด้วยประโยชน์ แต่กลิ่นเขียว ๆ กับรสชาติขม ๆ ก็พาลทำให้อยากจะรีบ ๆ ดื่มให้หมด ๆ ไปเลยใช่ไหมล่ะ แต่รู้ไหมว่าการดื่มรวดเดียวนั้นจะทำให้ร่างกายของคุณไม่สามารถดูดซึมเอาประโยชน์จากน้ำผลไม้เหล่านั้นได้ และถูกย่อยไปอย่างรวดเร็ว ไม่ต่างจากการดื่มน้ำเปล่า แต่ถ้าคุณไม่อยากจะเสียประโยชน์จากผักผลไม้เหล่านั้นไป ก็ควรจะค่อย ๆ ดื่ม โดยใช้เวลาในการดื่มประมาณ 5-20 นาที การค่อย ๆ จิบไปเรื่อย ๆ จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมแร่ธาตุและวิตามินในเครื่องดื่มได้ดีกว่า แต่ก็อย่านานกว่านั้นล่ะ หากคุณใช้เวลาดื่มน้ำผักผลไม้นานเกินกว่า 30 นาทีขึ้นไป น้ำตาลในผักผลไม้จะเริ่มออกมา และส่งผลไม่ดีกับร่างกายได้

น้ำผลไม้4

4. ใส่ผักที่มีสีเขียวเข้มลงไปมากเกิน
ผักสีเขียวเป็นแหล่งรวมสารอาหารที่ดีต่อร่างกายก็จริง แต่ถ้าใส่ลงไปในเครื่องดื่มมากเกินไปก็อาจจะทำให้เกิดการอาเจียนได้ เนื่องจากผักสีเขียวเข้มนั้นมีรสชาติที่ขมกว่าผักผลไม้ทั่วไป จึงไม่ควรใส่ผักที่มีสีเขียวเข้มลงไปมากกว่า 25 % ของผักผลไม้ทั้งหมด อย่าเสียดายประโยชน์เลย เพราะผักผลไม้ชนิดอื่น ๆ ก็มีประโยชน์เหมือนกัน

น้ำผลไม้5

5. ผสมผักผลไม้แบบมั่ว ๆ เพราะคิดว่าไม่เป็นไร
หลายคนต้องเกิดอาการท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน ก็เพราะว่าน้ำผักผลไม้ที่ตัวเองทำ ซึ่งหยิบเอาผักผลไม้มาใส่แบบมั่ว ๆ ซึ่งเป็นวิธีที่ผิด เพราะสารเคมีบางชนิดอาจจะทำปฏิกิริยาอันไม่พึงประสงค์กับร่างกายของเรา ส่งผลให้แทนที่จะได้ประโยชน์กลับต้องมาป่วยอีก ฉะนั้นควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนว่าผลไม้ชนิดใดรับประทานด้วยกันได้บ้าง และผลไม้ชนิดใดควรเลี่ยงเด็ดขาด จะได้ไม่ต้องมาวิ่งเข้าออกห้องน้ำ หรือพึ่งยาแก้ปวดหัวกันทีหลังไงล่ะ

น้ำผลไม้6

6. ไม่ดื่มน้ำผักผลไม้ตอนที่ท้องว่าง
หลายคนมักเลือกดื่มน้ำผักผลไม้หลังจากรับประทานอาหารเพราะมีความคิดว่าการดื่มตอนที่ท้องว่างไม่ดีกับร่างกาย ขอบอกเลยล่ะว่าคิดผิดที่สุด เพราะจริง ๆ แล้วการดื่มน้ำผักผลไม้ในตอนที่ท้องว่าง ร่างกายจะสามารถดูดซับสารอาหาร แร่ธาตุและวิตามินต่าง ๆ ได้มากขึ้น เมื่อเทียบกับการดื่มน้ำผลไม้หลังจากรับประทานอาหารเข้าไปแล้ว ถ้าเสียดายประโยชน์ของน้ำผักผลไม้ละก็ คราวหน้าลองหามาดื่มตอนที่ท้องว่างจะดีกว่านะ ได้ประโยชน์มากขึ้น แถมยังช่วยลดปริมาณการรับประทานอาหารที่อาจมากกว่าปกติด้วย

น้ำผักผลไม้7

7. ไม่ล้างผักหรือผลไม้ให้สะอาดก่อนนำมาใช้
ผักผลไม้ที่เราซื้อมานั้นแม้จะถูกบรรจุอยู่ในแพ็กที่สะอาด แต่ก็ใช่ว่าจะสะอาดเสมอไปนะ เพราะผักผลไม้เหล่านั้นไม่ได้มีการทำความสะอาดก่อนที่จะนำมาขายอย่างแน่นอน ถ้าเรานำมาทำน้ำผักผลไม้ในทันทีเราก็อาจจะได้ของแถม เช่น เชื้อโรค หรือสารเคมีที่ใช้ในการกำจัดแมลงมาด้วยก็ได้ เสียเวลาอีกนิดหน่อยในการนำผักผลไม้ไปล้าง หรือแช่ในน้ำยาล้างผักผลไม้สักนิด จะได้ไม่ต้องเจอกับภัยจู่โจมของเชื้อโรคและสารเคมีกันทีหลังค่ะ

น้ำผลไม้8

8. ไม่ดื่มน้ำผักผลไม้ทันทีที่ทำเสร็จ
น้ำผักผลไม้ที่ทำสดใหม่นั้นจะเต็มไปด้วยคุณค่าทางอาหาร ซึ่งเราควรจะรีบดื่มในทันทีหลังจากที่ทำเสร็จใหม่ แต่หลายคนกลับวางทิ้งไว้ หรือไม่ก็นำไปแช่เย็นก่อนแล้วค่อยนำมาดื่ม ขอบอกว่าหากคุณปล่อยทิ้งเอาไว้เกิน 15 นาทีโดยที่ไม่ดื่มให้หมด เจ้าเครื่องดื่มนี้ก็จะเริ่มสูญเสียคุณค่าทางอาหารจากการโดนแดดโดนลม และจะกลายเป็นเพียงเครื่องดื่มที่ไม่มีคุณค่าทางอาหาร หรือถ้ามีก็น้อยลงกว่าตอนทำเสร็จใหม่ ๆ เลยล่ะ นี่ยังไม่รวมถึงคนที่ชอบทำทิ้งไว้ครั้งละเยอะ ๆ แล้วค่อยดื่มทีละแก้วนะ วิธีนั้นก็ให้คุณค่าทางอาหารน้อยลงไม่ต่างกันเลย แถมบางทีเก็บเอาไว้เกิน 1 วัน ก็แทบจะไม่เหลือคุณค่าทางอาหารอะไรอีกแล้วด้วย

น้ำผลไม้9

9. ใช้ผลไม้ที่ไม่สดใหม่
เป็นความจริงที่ว่า ผักผลไม้ที่สดใหม่จะให้คุณค่าทางอาหาร และรสชาติที่ดีกว่าผักผลไม้ที่เก็บค้างไว้หลายวัน แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่ลืมคำนึงถึงข้อนี้และซื้อผักผลไม้มาทิ้งเอาไว้ในตู้เย็นและค่อย ๆ หยิบออกมาใช้ ถึงจะแช่ในตู้เย็น แต่คุณค่าทางอาหารก็สูญเสียไปมากแล้ว ทำให้เมื่อนำมาทำน้ำผักผลไม้ก็ไม่ได้ประโยชน์มากเท่าที่ควร ถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรงนัก คนที่ชอบดื่มน้ำผักผลไม้ลองเปลี่ยนจากการซื้อผักผลไม้มาทิ้งไว้ เป็นทยอยซื้อมาทุกวันเท่าที่จะใช้ดีกว่านะคะ อย่างน้อยเราก็จะได้รับประทานน้ำผักผลไม้ที่มาจากของสดใหม่ หรือถ้าจะปลูกผักผลไม้บางชนิดเองที่บ้านไปเลยละก็ ยิ่งยอดเยี่ยมเลย

น้ำผลไม้10

10. ไม่ดื่มน้ำผลไม้
สำหรับคนที่ดื่มน้ำผักผลไม้อยู่เป็นประจำก็คงไม่มีความคิดนี้อยู่ในหัวอย่างแน่นอน แต่สำหรับคนที่ไม่เคยดื่มและคิดว่าจะไม่ดื่มนั้น บอกได้เลยว่าคุณกำลังพลาดคุณประโยชน์มากมายมหาศาลที่อยู่ในน้ำผักผลไม้ เพราะการดื่มน้ำผักผลไม้เป็นประจำนอกจากบำรุงสุขภาพแล้ว ก็ยังช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล อีกทั้งยังช่วยขับสารพิษในร่างกาย สร้างเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงอีกด้วย ประโยชน์มากมายขนาดนี้เสียดายแล้วใช่ไหมล่ะที่ไม่ยอมดื่ม แต่ถ้าไม่ว่ายังไงคุณก็ไม่ชอบดื่มน้ำผักผลไม้อยู่ดี เปลี่ยนมารับประทานผักผลไม้เหล่านั้นสด ๆ ก็ได้เหมือนกันนะ แถมจะยิ่งได้ประโยชน์มากขึ้นด้วย เนื่องจากผักผลไม้สดนั้นมีคุณค่าทางอาหารสูงและยังมีไฟเบอร์ที่ดีต่อร่างกายอีกด้วยล่ะ